สักกึ่งถาวร
ศิลปะของคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ
สักคิ้วมีแค่สามแบบ ที่เหลือคือชื่อทางการตลาด
การสักคิ้วแบ่งได้เพียง 3 แบบ คือ แบบลายเส้น (Stroke) แบบทึบ (Shading) และแบบผสม (Hybrid) ชื่อเรียกอย่างคิ้ว 3 มิติ 6 มิติ คิ้วออมเบร หรือคิ้วดูโอ ล้วนอยู่ในสามกลุ่มนี้ ความต่างที่แท้จริงอยู่ที่เครื่องมือ ความลึกของการฝังสี และขนาดอนุภาคของสี
ถาวร กับ กึ่งถาวร ต่างกันตรงไหน
การสักคิ้วแบบถาวรฝังสีลงชั้นหนังแท้ที่ลึก ใช้สีอนุภาคใหญ่ อยู่ได้ราว 15–20 ปี แต่แก้ไขยาก และเมื่อเวลาผ่านไปสีอาจเปลี่ยนเป็นเขียว เทา หรือม่วง อีกทั้งกล้ามเนื้อใบหน้าที่เปลี่ยนไปทำให้ทรงคิ้วเคลื่อนได้
การสักกึ่งถาวรฝังสีตื้นกว่าที่ชั้นหนังแท้ตอนบน ใช้สีนาโนหรือไมโครที่อนุภาคเล็กกว่า จึงทำได้ทั้งลายเส้นและแบบทึบ อยู่ได้ราว 1–3 ปี และแก้ไขได้ง่ายกว่ามากเมื่อรูปหน้าเปลี่ยนหรืออยากเปลี่ยนทรง
สามแบบที่มีจริง
แบบที่หนึ่ง ลายเส้น คือการสักเลียนแบบเส้นขนคิ้วจริง ให้ผลธรรมชาติแม้ไม่แต่งหน้า แบบที่สอง แบบทึบ คือการเลียนแบบการเขียนคิ้ว ให้ความชัดและเติมเต็มพื้นที่ว่าง แบบที่สาม แบบผสม คือการใช้ลายเส้นบริเวณหัวคิ้วถึงกลางตัว และแบบทึบบริเวณหางคิ้ว
ด้ามเพ้นท์ กับ เครื่องสัก
การใช้ด้ามเพ้นท์ หรือที่ต่างประเทศเรียก Microblading ให้แผลเล็กและลอกเลียนเส้นขนได้ดี แต่ทำเส้นตัดขวางหรือไล่น้ำหนักไม่ได้ และเป็นแผลเปิดจึงต้องงดโดนน้ำประมาณ 7 วัน
การทำลายเส้นด้วยเครื่อง (Hair Stroke) กลับมาได้รับความนิยมตั้งแต่ราวปี 2019 เพราะสีอนุภาคเล็กและเครื่องที่นิ่งขึ้นทำให้ได้เส้นที่พริ้วและไล่น้ำหนักได้ อีกทั้งเปิดผิวน้อยกว่า ทำให้หลังทำสามารถโดนน้ำได้เร็วกว่า แต่ต้องอาศัยความชำนาญสูง
เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
ผิวมันและรูขุมขนกว้างมักเหมาะกับแบบทึบหรือแบบผสมมากกว่าลายเส้นล้วน เพราะเส้นอาจฟุ้ง ส่วนผิวแห้งถึงผิวธรรมดาทำลายเส้นได้สวย การตัดสินใจที่ดีที่สุดเกิดจากการปรึกษาและวาดโครงบนหน้าจริงก่อนลงมือ